วันจักรี (อังกฤษ: Chakri Memorial Day) ตรงกับวันที่ ๖ เมษายน ของทุกปี เป็นวันที่ชาวไทยควรน้อมระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งพระองค์ได้เสด็จกรีฑาทัพถึงพระมหานคร ทรงรับอัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ดำรงราชอาณาจักรสยามประเทศ เป็นวันที่เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์สมบัติ และเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์แรก ซึ่งสืบทอดต่อจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานี ซึ่งก็คือกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยในปัจจุบัน นั้นเอง

ซึ่งเมื่อครั้นที่สิ้นรัชกาลในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี แล้ว ต่อมาในวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ ตรงกับวันเสาร์ แรม ๙ ค่ำเดือน ๕ ปีขาล จ.ศ. ๑๑๔๔ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (พระปรมาภิไธย ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๒๑ - พ.ศ. ๒๓๒๕) ได้ขึ้นเสวยราชสมบัติทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์แรก โดยมีพระราชดำริว่า ทางฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี มีพื้นที่ที่ดีกว่าทางตะวันตก เพราะมีลำน้ำเป็นขอบเขตอยู่กว่าครึ่ง หากมีข้าศึกยกทัพมาติดถึงฝั่งพระนคร ก็จะทำให้ทำการต่อสู้และป้องกันได้ง่ายกว่าฝั่งตะวันตก จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร ) ขึ้น โดยมีการสืบทอดศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมจากพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา

ประวัติความเป็นมาของวันจักรี

วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย

พระบรมรูปพระบูรพกษัตริยาธิราช ภายในปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๔ พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เพื่อประดิษฐานไว้ให้พระมหากษัตริย์องค์ต่อมา พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชนได้ถวายบังคมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นธรรมเนียมปีละครั้ง และโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่มีการย้ายสถานที่ในการประดิษฐานหลายครั้ง เช่นพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท เป็นต้น ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) โปรดให้ย้ายพระบรมรูปมาไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับพระบรมรูปของรัชกาลที่ ๕ พระบรมชนกนาถ

จนกระทั่ง ในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑ การซ่อมแซมก่อสร้างและประดิษฐานพระบรมรูปทั้ง ๕ รัชกาล จึงสำเร็จลุล่วง และได้มีพระบรมราชโองการประกาศตั้งพระราชพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ในวันที่ ๖ เมษายน ของปีนั้น และต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ ให้เรียกวันที่ ๖ เมษายนว่าวันจักรี

จากนั้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการถวายบังคมพระบรมรูป เป็นประจำทุกปีในวันที่ ๕ พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันฉัตรมงคล วันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน เนื่องในวันสงกรานต์ หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการถวายบังคมในโอกาสวันสำคัญต่าง ๆ ในบางปี หรือทุกปี เช่น วันปิยมหาราช วันที่ ๒๓ ตุลาคม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๔ ปัจจุบันได้มีการประดิษฐานพระบรมรูปเพิ่มตามการเปลี่ยนรัชสมัย จนถึงรัชกาลที่ ๘ แล้ว

ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ มีการเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ ๑๕๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างอนุสรณ์ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนส่วนรวม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้น และพระราชทานชื่อว่าสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือสะพานพุทธ ที่หลายคนรู้จัก พร้อมกับโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงถึง ๓ เท่า ในลักษณะประทับนั่งบนพระที่นั่ง

เพราะผลงานที่พระองค์ทรงสร้างไว้ให้กับชาวไทยมากมาย ในปัจจุบันจึงมีวันที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และเมื่อถึงวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันที่ ๖ เมษายน ของทุกปี ก็จะมีการจัดงานและมีพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ณ บริเวณลานด้านพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า จวบจนปัจจุบัน

กิจกรรมเนื่องในวันจักรี

ในอดีต หากเป็นวันที่ ๖ เมษายน ของทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ไปเป็นประธานในพิธีทางศาสนา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลให้กับบูรพมหากษัตริย์ ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับทรงสักการะพระบรมรูปของทั้ง ๘ รัชกาล ซึ่งเป็นสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งกิจกรรมหลักๆ ในวันจักรี  ที่มีทั้งพระบรมวงศ์ศานุวงศ์และประชาชนทั่วไป

พระบรมราชานุสาวรีย์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (อังกฤษ: Phra Phuttha Yodfa Bridge, Memorial Bridge) สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๒ เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ครบ ๑๕๐ ปี

  • เสด็จวางพวงมาลา ในวันที่ ๖ เมษายน ของทุกปี ในวันจักรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปเป็นประธานในพิธีทางศาสนา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลให้กับบูรพมหากษัตริย์ ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่อจากนั้นก็ทรงเสด็จไปวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ที่สะพานพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งยังมีเหล่าพสกนิกรอย่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ต่างพร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และบำเพ็ญกุศลให้กับพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความสงบสุขของประชาชนของพระองค์อย่างแท้จริง
  • จัดพิธีถวายบังคมพระรูป วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ วันที่ ๖ เมษายน ของทุกปี จะมีการจัดงานและมีพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ณ บริเวณลานด้านพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบัน แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะไม่ได้ทรงเสด็จมาเอง แต่ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศ์ศานุวงศ์เป็นตัวแทนส่วนพระองค์ ประกอบพิธีถวายบังคมและวางพวงมาลา เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและกษัตริย์ทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรีวงศ์
  • จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบัน ทั้งมูลนิธิหรือส่วนราชการต่าง ๆ และภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดงานสัปดาห์เฉลิมพระเกียรติวันจักรี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์ที่มีต่อประชาชนชาวไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรตินี้ จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริ และเพื่อช่วยเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติได้เป็นอย่างดี

นอกจากพิธีวางพวงมาลา บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แล้วยังมีการทำบุญตักบาตรตอนเช้าตามความเชื่อของชาวพุทธ เพื่ออุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชนั่นเอง

แนวทางการส่งเสริมวันจักรี

การทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางและการส่งเสริม กิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อให้ประชาชนได้น้อมรำลึกถึงคุณงามความดีที่พระองค์เคยโปรดเกล้า ฯ สร้างผลงานต่างๆ ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนแล้วแต่ เป็นประโยชน์ต่อประชาขนชาวไทยเป็นอย่างมาก เพื่อให้ ประชาชนชาวไทย รัก เคารพ รำลึกถึงและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ตลอดจนชั่วลูกชั่วหลานต่อไป ทำให้ต้องหาแนวทางการส่งเสริมต่าง ๆ เพื่อรักษาและธำรงไว้

  • การจัดนิทรรศการวันจักรีตามหน่วยงานต่าง ๆ ถือเป็นการส่งเสริมแนวทางกิจกรรมที่จะสานต่อให้ชาวไทยรุ่นต่อ ๆ ไปได้ทราบถึง คุณงามความดีที่พระองค์เคยทรงโปรดเกล้าฯ สร้างผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา ในด้านต่าง ๆ ซึ่งการจัดนิทรรศการตามสถานที่ราชการ อย่างโรงเรียนหรือ หน่วยงานต่างๆ ถึง ความหมาย ประวัติ และความเป็นมา พระราชกรณียกิจต่างๆ รวมถึง สิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อบ้านเมืองและประชาชนของพระองค์ ซึ่งจะทำให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป มีการปลูกฝังจิตสำนึกและระลึกถึงความดีงามที่พระองค์เคยสร้างไว้
  • ร่วมพิธีวางพวงมาลา เพื่อไม่ให้พิธีการของวันจักรี ค่อย ๆ เลือนหายไป การเข้าร่วมงาน วางพวงมาลาบริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ บริเวณเชิงสะพานพุทธ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายคนอาจจะอยากมีส่วนร่วม เพื่อรักษาธรรมเนียมนี้ไว้ เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ที่ได้เข้าร่วมพิธีสำคัญเช่นนี้
  • ติดตามข่าวสารหรือดูถ่ายทอดกิจกรรมต่าง ๆ ของวันจักรี นอกจากข่าวในพระราชสำนักเนื่องในวันจักรี ที่มีพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศ์ศานุวงศ์เสด็จวางพานพุ่มสักการะรัชกาลที่ ๑ แล้ว การติดตามข่าวสารหรือข้อมูลตามสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ รวมถึงรายการพิเศษต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในวันนี้ ซึ่งทำให้เรามองเห็นพระปรีชาชาญและพระราชกรณียกิจที่เต็มไปด้วยความยากลำบากของแต่ละพระองค์ ก็จะทำซึ่งจากการติดตาม ก็จะทำให้เราทราบถึงความเคลื่อนไหวได้เช่นกัน

ด้วยประชาทั้งหลายนั้น ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เป็นพระคุณอย่างยิ่งต่อแผ่นดินไทย วันจักรีถือว่าเป็นวันที่มีความสำคัญมาก การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของวันสำคัญเช่นนี้ จึงถือเป็นการส่งเสริมให้ชาวไทยได้รักษาสิ่งดี ๆ ไว้ให้กับลูกหลานได้เรียนรู้ถึงสิ่งดี ๆ ต่อไป


พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระบรมสาทิสลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ ๑ ในราชวงศ์จักรี พระปรมาภิไธย (พระนามเต็มของพระองค์ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ หลังจากที่ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว) คือ พระบาทสมเด็จพระปรโมรุราชามหาจักรีบรมนารถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ เดือน ๔ แรม ๕ ค่ำ ปีมะโรงอัฐศก เวลา ๓ ยาม ตรงกับวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๗๙ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งอาณาจักรอยุธยา พระองค์เป็นบุตรคนที่ ๔ ของพระอักษรสุนทรศาสตร์ (นามเดิม:ทองดี ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ) กับพระอัครชายา (หยก) พระองค์ทรงปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ ขณะที่พระองค์มีพระชนมายุได้ ๔๖ พรรษา

พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรี ราชธานีเดิมที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา มายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วพระราชทานนามราชธานีแห่งใหม่ว่ากรุงรัตนโกสินทร์ (คือกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยในปัจจุบัน) พระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังหลวงและโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉลองสมโภชพระนครเป็นเวลา ๓ วัน

พระราชกรณีกิจที่สำคัญในรัชสมัยที่ทรงครองราชย์ คือ การป้องกันราชอาณาจักรให้ปลอดภัยและทรงฟื้นฟูวัฒนธรรมไทยอันเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และอยุธยา การที่ไทยสามารถปกป้องการรุกรานของข้าศึกจนประสบชัยชนะทุกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพระองค์ในการบัญชาการรบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามกับพม่า ใน พ.ศ. ๒๓๒๘ ที่เรียกว่าสงครามเก้าทัพ

ดูบทความหลักที่: พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


ราชวงศ์จักรี

พระบรมสาทิสลักษณ์พระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรี รัชกาลที่ ๑ - ๑๐

ราชวงศ์จักรี (อังกฤษ: Chakri dynasty) เป็นราชวงศ์ที่ปกครองราชอาณาจักรไทยต่อจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จนถึงปัจจุบัน โดยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบรมนามาภิไธย ในรัชกาลที่ ๑ ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๒๑ - พ.ศ. ๒๓๒๕) ได้ขึ้นเสวยราชสมบัติทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรโมรุราชามหาจักรีบรมนารถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์แรก (พระนามเดิมทองด้วง ทรงสืบเชื้อสายมาจากตระกูลขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยา) ทรงสถาปนาราชวงศ์โดยการปราบดาภิเษกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ และทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานี (กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน) ยุคของราชวงศ์นี้ นิยมเรียกว่ายุครัตนโกสินทร์

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางยุคสมัยของโลก เป็นเหตุให้พระมหากษัตริย์ทรงจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการปกครองบ้านเมือง เปลี่ยนชื่อจากรัตนโกสินทร์ เป็นสยาม ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และเปลี่ยนเป็นไทย ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘

พระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ปัจจุบันคือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงรับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ แต่ในทางนิตินัยถือว่าได้ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

ดูบทความหลักที่: ราชวงศ์จักรี


พิธีเปิดสะพานพุทธ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑

พิธีเปิดสะพานพุทธ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๕

ในวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (พระปรมาภิไธย ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๒๑ - พ.ศ. ๒๓๒๕) ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร ) เป็นราชธานี ดำรงสถิตสถาพรสืบมา

ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงพระราชดำริที่จะสร้างถาวรวัตถุเป็นอนุสรณ์พระปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์จะมีอายุครบ ๑๕๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ จึงทรงปรารภพระราชประสงค์นี้กับคณะรัฐบาล และได้มีมติตกลงสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑ หรือพระปฐมบรมราชานุสรณ์ ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์หรือสะพานพุทธฯ ฝั่งพระนคร เพื่อเป็นอนุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติคุณ รวมถึงก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นทางเชื่อมกับฝั่งธนบุรีในคราวเดียวกัน จึงทรงโปรดเกล้า ฯ ให้คิดแบบพระบรมรูปและสะพาน โดยกำหนดสร้างตรงต่อปลายถนนตรีเพชรฝั่งพระนคร คือ ถนนระหว่างวัดราชบูรณะกับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ให้เชิงสะพานฝั่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

หุ่นต้นแบบในการปั้นและหล่อสัมฤทธิ์พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑ โดยศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี

กรมพระยานริศ ฯ ทรงออกแบบ และจิตรกร ศ.ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ปั้น

พระบรมราชานุสาวรีย์นี้ รัชกาลที่ ๗ โปรดให้สมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ อุปนายกราชบัณฑิตยสภา ซึ่งขณะนั้นทรงอำนวยการแผนกศิลปากรคิดแบบและอำนวยการก่อสร้างเป็นพระบรมรูปทรง เครื่องขัตติยาภรณ์ เสด็จประทับนั่งเหนือพระราชบัลลังก์ พระหัตถ์ทรงแตะพระแสงดาบที่วางทอดอยู่อยู่เหนือพระเพลา ส่วนการปั้นและหล่อด้วยสัมฤทธิ์นั้น ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ปูชนียบุคคลของคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร เป็นผู้ดำเนินการ

ความสูงของประติมากรรม ตั้งแต่ฐานตลอดยอด ๔.๖๐ เมตร (ต่อมาได้เสริมแท่นสูงขึ้นไปอีกประมาณ ๑ เมตร) ฐานกว้าง ๒.๓๐ เมตร มีฐานหินอ่อนเป็นที่รองรับพระบรมรูปหล่ออีกชั้นหนึ่ง พระบรมรูปฯ ผินพระพักตร์มาทางถนนตรีเพชร

เบื้องหลังก่อเป็นกำแพงหินอ่อนกั้นตอนกลางเจาะเป็นช่องลึกคล้ายประตู มีเสาหินสลัก ๒ ข้าง หน้าบันประดับลายปูนปั้นลานพวงมาลัย เหนือหน้าบันสลักรูปอุณาโลม ด้านหลังกำแพงเป็นแผ่นจารึกหินอ่อน จารึกความเป็นมาของการก่อสร้าง และภายหลังได้มีการเสริมกำแพงให้สูงขึ้นไปอีก เบื้องหน้ามีเครื่องบูชา พุ่มดอกไม้ และพานเครื่องประดับ มีน้ำพุ อยู่ทั้ง ๒ ข้าง

บริเวณหน้าฐานเป็นรั้วคอนกรีตเสากลม ตอนกลางรั้วเป็นแผ่นหินอ่อนคล้ายเป็นลวดลายไทยวางทอดอยู่ กึ่งกลางแผ่นสลักเป็นรูปช้างหันข้างยืนเหนือแท่น ซึ่งเป็นตราปฐมบรมราชจักรีวงศ์ ด้านข้างพระบรมรูปทั้งสองด้านมีบันไดลาดจากสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ลงมาเป็น ชั้นๆ จนถึงพื้นด้านล่างซึ่งประดับด้วยพันธุ์ไม้ดอกเป็นแนวยาว

ประมวลภาพ พิธีเปิดสะพานพุทธ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑

ส่วนหนึ่งของภาพชุดอันทรงคุณค่าในความทรงจำของปวงชนชาวไทยเมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดผ้าคลุมพระบรมรูป เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๕

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างสะพานพุทธ

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เสด็จพระราชดำเนินตรวจงานก่อสร้างสะพานพุทธ

ขบวนแห่ในพิธีเปิดสะพานพุทธ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑

พิธีเปิดผ้าคลุมพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑

ประชาชนและข้าราชการภาคส่วนต่าง ๆ บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๑ จาก นสพ. L’ILLUSTATION ของฝรั่งเศส ซึ่งเผยแพร่ข่าวงานฉลองครบรอบ ๑๕๐ ปีกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๗๕

— — ที่มา: ข้อมูลและภาพถ่ายเก่าส่วนหนึ่งจากศูนย์ข้อมูลกรุงรัตนโกสินทร์ และพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระนคร

เกี่ยวกับเรา

เผยแผ่หลักธรรมตามพระไตรปิฎก สืบทอดเจตนารมย์พระพุทธศาสนา ตลอดระยะเวลา ๕,๐๐๐ ปี

ปฏิบัติธรรมสืบสานเจตนารมณ์พระเดชพระคุณคุณูปมาจารย์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ธ) และรักษาโรคด้วยพืชสมุนไพร โดย ท่าน อ.ลักษณ์ พุทธธรรม (ธ)

นอบน้อม เชิดชู ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์ ทุกๆ พระองค์

สืบสานวัฒนธรรม จารีตประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สู่ชนรุ่นหลังสืบไป

ติดต่อเรา

๐๘.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. เวลาพักผ่อนของท่านอาจารย์ ห้ามรบกวนโดยเด็ดขาด

ศาลาภิรมย์ธรรม ๘๕/๑ ม.๓ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ๓๔๒๖๐

สถานที่ตั้ง

เว็บไซต์หน่อแก้ว

norkaewplace@gmail.com

หน่อแก้วแฟนเพจ

หน่อแก้ววิปัสสนา

๐๘๔-๕๓๔๘๗๒๙ (คุณประสาทพร)

๐๘๔-๕๑๗๘๐๔๕ (คุณอาทิตย์)

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา โดยไม่มุ่งหวังผลทางพาณิชย์ อนุญาตให้นำไปเผยแผ่เพื่อสืบต่อพุทธศาสนาได้ตามกุศลเจตนา