วันสำคัญทางพุทธศาสนา

วันสำคัญทางพุทธศาสนา เป็นวันที่มีเหตุการณ์ที่สำคัญ อันเนื่องด้วยพระรัตนตรัย คือพระพุทธเจ้า, พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า เหตุการณ์ที่สำคัญดังกล่าว เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า คือพุทธบริษัท ๔ ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ให้น้อมรำลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยในหลักที่สำคัญ เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อจรรโลงให้พระพุทธศาสนา ดำรงคงอยู่สถิตสถาพร เป็นคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ตนเองและแก่สัตว์โลกทั้งปวง ซึ่งมิใช่จำกัดอยู่เพียงมนุษยชาติเท่านั้น

เมื่อวันสำคัญทางพุทธศาสนาเวียนมาถึงแต่ละครั้ง พุทธศาสนิกชนพึงน้อมระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยการร่วมชุมนุมเพื่อประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาตามพระอาราม ศาสนสถานต่างๆ โดยวันสำคัญแต่ละวัน ก็จะมีระเบียบพิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันไป

ตามอรรถกถา นิยมเรียกนามบัญญัติแทนพระยาวสวัตตี ว่าเป็นมาร ที่ชอบมาผจญผู้ที่กระทำความดี แต่โดยนัยยะแล้วท่านไม่ใช่มาร แต่เป็นเทพชั้นผู้ใหญ่ มีหน้าที่ทดสอบความมุ่งมั่นของบุคคลว่าแน่วแน่ต่อจุดมุ่งหมายนั้นหรือไม่ นั้นเอง และท่านยังมีหน้าที่ต้องอาราธนาพระอริยบุคคลให้ละสังขาร อีกด้วย (ในภาพ) พระยาวสวัตตี ทูลอาราธนาพระโคตมพุทธเจ้า ให้เสด็จดับขันธปรินิพพาน

ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ นอกจากจะเป็นวันมาฆบูชา แล้วยังเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธองค์ทรงปลงพระชนมายุสังขาร ในพรรษาที่ ๔๕ พรรษาสุดท้ายแห่งการดำเนินพุทธกิจ ขณะที่ทรงมีพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ทรงประทับจำพรรษาอยู่ที่เวฬุวคาม แขวงเมืองไพศาลี แคว้นวัชชี

วันวิสาขบูชา หรือวันเพ็ญเดือน ๖ นับเป็นวันที่สำคัญที่สุดในศาสนาพุทธ เพราะเกิดเหตุการณ์สำคัญทางพุทธศาสนามากถึง ๓ เหตุการณ์ คือวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่าวันพระพุทธเจ้า

วันวิสาขบูชา (อังกฤษ: Vesak, บาลี: Vesākha คำอ่าน วิสาขปุณฺณมีปูชา, สันสกฤต: Vaiśākha) เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนาสำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก ทั้งเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ และวันสำคัญในระดับนานาชาติตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา ๓ เหตุการณ์ด้วยกัน คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระโคตมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์ได้เกิด ณ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่า เป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง และเรียกการบูชาในวันนี้ว่าวิสาขบูชา ย่อมาจากวิสาขปุรณมีบูชา แปลว่าการบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ

(ตามนัยอรรถกถา) เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ๘ วัน มัลละกษัตริย์แห่งเมืองกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระ เป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีย์ ในวันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือนวิสาขะ (เดือน ๖ ของไทย)

วันอัฏฐมีบูชา เป็นวันที่ตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ หลังจากพระพุทธองค์ ทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานได้ ๘ วัน ตรงกับวันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือนวิสาขะ หรือเดือน ๖ ของไทย (กล่าวคือ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังวันวิสาบูชา ๘ วัน) ถ้าปีใดเป็นปีที่มีอธิกมาส (คือมีเดือน ๘ สองหน) ก็เลื่อนไปเป็นเดือน ๗ ถึงแม้วันอัฏฐมีบูชา จะเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ในเมืองไทยเรามักลืมเลือนกันไปแล้ว จะมีเพียงบางวัดเท่านั้น ที่จัดให้มีการประกอบกุศลพิธีในวันนี้

พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คือ พระสูตรว่าด้วยการหมุนกงล้อแห่งพระธรรม แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ ปัญจวัคคีย์ บรรลุโสดาปัตติผล ทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรก

วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ ๔๕ ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ คือ วันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คือโกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ 

ข้อควรปฏิบัติ

ปฏิบัติธรรมสืบสานเจตนารมณ์พระเดชพระคุณคุณูปมาจารย์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ธ) และรักษาโรคด้วยพืชสมุนไพร โดย ท่าน อ.ลักษณ์ พุทธธรรม (ธ)

นอบน้อม เชิดชู ปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์ทุกๆ พระองค์

สถานที่นี้เป็นสถานที่สงบ ฝึกใจ ฝึกตน หากใจยังสกปรกจงกลับไปยังที่ของท่านเถอะ

สถานที่นี้เป็นที่เจริญ มรรคมีองค์ ๘ พรหมวิหาร ๔ เพื่อความหลุดพ้น

สถานที่นี้ ไม่รับเจิม ดูดวง ประกอบพิธีกรรมทางโลกทุกกรณี

ห้ามศิษยานุศิษย์นำสิ่งเสพติดทุกชนิด เข้ามาภายในหน่อแก้วสถาน

ติดต่อเรา

ห้ามบุคคลภายนอก เข้าเขตหน่อแก้วยามวิกาล ในทุกกรณี

๐๘.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. เวลาพักผ่อนของท่านอาจารย์ ห้ามรบกวนโดยเด็ดขาด

๑๓.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. เวลาที่ศิษยานุศิษย์และญาติธรรม สามารถเข้าพบและสนทนาธรรมกับครูบาอาจารย์ได้ตามเหมาะสม

ศาลาภิรมย์ธรรม ๘๕/๑ ม.๓ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ๓๔๒๖๐

เว็บไซต์หน่อแก้ว

norkaewplace@gmail.com

๐๘๔-๕๓๔๘๗๒๙ (คุณประสาทพร)

๐๘๔-๕๑๗๘๐๔๕ (คุณอาทิตย์)

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา โดยไม่มุ่งหวังผลทางพาณิชย์ อนุญาตให้นำไปเผยแผ่เพื่อสืบต่อพุทธศาสนาได้ตามกุศลเจตนา